ค้นหาบล็อกนี้

กำลังโหลด...

ความหมายของความกตัญญูกตเวที

             ความกตัญญู  หมายถึง  คุณธรรมที่เป็นพื้นฐานของมนุษย์  ในสังคมมนุษย์ต้องเกี่ยวข้องสัมพันธ์กับสิ่งอื่น  ชีวิตด้านกายภาพดำรงอยู่ได้เพราะได้รับอุปการะเลี้ยงดูจากบุคคลต่างๆ มีบิดามาดา ครูอาจารย์ ญาติพี่น้อง เป็นต้น นอกจากนั้น ต้องพึ่งอาศัยสิ่งเหล่าอื่นอีก เช่น อาศัยปัจจัย ๔ เป็นเครื่องเลี้ยงชีวิตจึงจะอยู่รอดได้  ในส่วนจิตใจมนุษย์ก็ได้รับการปลูกฝังอบรมคุณลักษณะคุณค่าทางจิตใจจากบุคคลอื่น มีบิดามารดา เป็นต้น ให้มีทัศนคติ ค่านิยม คุณธรรม จริยธรรม อันเป็นหลักสำคัญในการดำเนินชีวิตให้มีความเจริญรุ่งเรือง ซึ่งเป็นองค์ประกอบสำคัญของมนุษย์  ความกตัญญูนี้ เป็นคุณธรรมที่มนุษย์พึงปฏิบัติมิใช่เฉพาะต่อมนุษย์ด้วยกันเท่านั้น แต่ให้มี่แม้แต่ต่อสัตว์และพืชทั้งหลายด้วย[1]
ความกตัญญู เป็นการกระทำความดีอย่างหนึ่งที่พึงปรารถนาของทุกคน ที่มีความกตัญญู ย่อมจะทำตนเองให้มีความสุขและทำผู้อื่นให้มีความสุขด้วย จากการศึกษาพบว่าพระพุทธศาสนากล่าวยกย่องบุคคลที่มีความกตัญญู และให้ความสำคัญต่อบุคคลผู้มีความกตัญญูว่าเป็นบุคคลที่หาได้ยากในโลก  พระพุทธองค์ตรัสว่าบุคคลที่หาได้ยากมี  ๒  จำพวก[2]  ได้แก่
   ๑. บุพพการี                          ผู้ทำอุปการะก่อน
   ๒.กตัญญูกตเวที                  ผู้รู้อุปการะที่เขาทำแล้วตอบแทน
บุพพการีบุคคล กับ กตัญญูกตเวทีบุคคล คือบุคคลที่มาคู่กันเสมอ  เพราะมีผู้ทำอุปการะก่อน[3] จึงมีผู้รู้อุปการะที่ท่านทำแล้วและตอบแทน[4] และเป็นบุคคลที่หาได้ยาก เพราะว่าหมู่สัตว์ส่วนใหญ่ถูกอวิชชาครอบงำ  ยากที่จะมองเห็นคุณค่าของบุคคลอื่นได้[5]
              จากการศึกษาความหมายด้านภาษา คำว่าบุพการี  หมายถึง บุคคลทำก่อนโดยปกติ  บุคคลผู้ทำอุปการะก่อน,  บุพพการีบุคคล,  ในกฎหมายคำว่าบุพการี  หมายถึง บิดามารดา  ปู่ ย่า ตา  ยาย ทวด (ทั้งสองฝ่าย) ในทางพระพุทธศาสนา มีความหมายกว้างกว่านี้[6] ซึ่งหมายรวมไปถึงอาจารย์อุปัชฌาย์ และพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ตลอดจนถึงบุญทั้งหลายด้วย[7] บุพการีบุคคลกับกตัญญูกตเวที  กตัญญูกตเวทีบุคคล ย่อมจะหาได้ยากกว่าบุพพการีบุคคล
                     ความหมายตามคำศัพท์ ของกตัญญูกตเวที
                     ความหมายตามคำศัทพ์ที่ท่านนักปราชญ์ได้พรรณนาไว้ในคัมภีร์ต่าง ๆ มี ดังนี้ คัมภีร์อรรถกถา  ปรมัตถโชติกา ได้แสดงถึงความหมายของความกตัญญูไว้ว่า ความรู้จักอุปการคุณที่ผู้ใดผู้หนึ่งทำมาแล้วไม่ว่ามากหรือน้อย โดยการระลึกถึงเนืองๆชื่อว่า กตัญญุตา[8] พจนานุกรม มคธ ไทย ได้ให้ความหมายของกตัญญูไว้ว่า
                     กตัญญู  ผู้รู้ซึ่งอุปการะอันบุคคลอื่นทำแล้วแก่ตน โดยปกติ  กตํ อุปการํ ชานาติ  สีเลนาติ  กตญฺญู. ผู้มีปกติซึ่งอุปการะบุคคลอื่นทำแก่ตน   กตํ ชนิตํ สีลมสฺสาติ  กตญฺญู. ผู้ซึ่งอุปการะอันบุคคลอื่นทำแล้วแก่ตน   กตํ อุปการํ  ชานาติ  กตญฺญู. ผู้รู้  คุณท่าน. กตปุพฺโพ,  ญา  ญาเณ, 
                     กตเวที   ยังบุคคลให้รู้ซึ่งอุปการะอันบุคคลอื่นทำแล้วแก่ตน,  ยังบุคคลให้รู้ซึ่งคุณอันบุคคลทำแล้วแก่ตน, ผู้ประกาศซึ่งอุปการะอันบุพการีชนทำแล้ว, ผู้ตอบแทนอุปการะของท่าน, ผู้ตอบแทนอุปการคุณของท่าน, ผู้สนองคุณท่าน, ผู้ตอบแทนคุณท่าน
                     กตัญญูกตเวที  บุคคลผู้รู้คุณท่านและตอบแทนคุณท่าน, ฯลฯ ไทยตัดพูดเฉพาะกตัญญู  แต่ความหมาย หมายถึง กตเวทีด้วย[9]
                     พจนานุกรม  ฉบับราชบัณฑิตยสถาน  ได้ให้ความหมายของกตัญญูไว้ว่า รู้อุปการะที่ท่านทำให้,  รู้คุณท่าน เป็นคำคู่กันกับ กตเวที และได้ให้ความหมายของคำว่า กตเวที  ว่า  สนองคุณท่าน, เป็นคำคู่กันกับ กตัญญู[10]
                     พุทธทาสภิกขุ  ได้ให้ความหมายของกตัญญูไว้ว่า ความรู้และยอมรับรู้ในบุญคุณของผู้อื่น ที่มีอยู่เหนือตนเรียกว่า กตัญญุตา (กตัญญู) การพยายามทำตอบแทนบุญคุณนั้นๆ เรียกว่า กตเวทิตา (กตเวที) คนที่รู้บุญคุณ  คนที่ทำตอบแทน เรียกว่า  คนกตเวที  กตัญญูกตเวทิตา หมายถึง ความรู้บุญคุณท่านแล้วทำตอบให้ปรากฏ นี่เป็นธรรมประคองโลกให้เป็นอยู่ได้ และอยู่ได้ด้วยความสงบสุข[11]
                     อย่างไรก็ตาม คำว่ากตัญญูกตเวที เป็นคำที่มาด้วยกัน เมื่อกล่าวถึงความกตัญญู  ก็ต้องกล่าวถึงกตเวทีไปโดยปริยาย เพราะในทางปฏิบัติคุณธรรม ๒ ข้อนี้ไม่สามารถแยกจากกันได้
                     เมื่อกล่าวโดยสรุป ความกตัญญูก็คือ ความรู้และการยอมรับในบุญคุณของบุคคล สัตว์ สิ่งของ และธรรมชาติสิ่งแวดล้อม ที่มีต่อตัวเราทั้งทางตรงและทางอ้อม กตเวที คือ พยายามกระทำตอบด้วยการทดแทนพระคุณ ช่วยเหลืออุปการะ  ยกย่อง บำรุง รักษาให้คงอยู่ในสภาพที่ดีงาม  เพื่อความสงบสุขของสังคม  และเพื่อความสมดุลทางธรรมชาติสิ่งแวดล้อม



[1]พระธรรมปิฎก (ประยุทธ์  ปยุตฺโต). คนไทยกับป่า,  พิมพ์ครั้งที่ ๔,  (กรุงเทพมหานคร  มูลนิธิพุทธธรรม,  ๒๕๓๗).  หน้า  ๒๑.
[2]องฺ.  ติก. (ไทย)  ๒๐/๑๒๐/๑๑๔.
[3]พระธรรมปิฎก (ป.อ.ปยุตฺโต).  พจนานุกรมพุทธศาสน์  ฉบับประมวลศัพท์,  พิมพ์ครั้งที่  ๙.  (กรุงเทพมหานคร  โรงพิมพ์มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย.  ๒๕๔๓).  หน้า  ๑๓๙.
[4]เรื่องเดียวกัน. หน้า  ๒.
[5]มงฺคล.  (บาลี) ๒/๓๖๓/๒๗๖. อ้างแล้ว
[6]พันตรี ป. ทองสมบุญ.  พจนานุกรม มคธ ไทย, (กรุงเทพมหานคร : อาทรการพิมพ์ก.  ๒๕๔๐).  หน้า  ๕๐๑.
[7]มงฺคล.  (บาลี).  ๒/๓๖๓/๒๗๖.อ้างแล้ว
[8]ขุ.ขุ.อ. (บาลี). ๑/๒๐๒.
[9]เรื่องเดียวกัน. หน้า ๑๖๓ ๑๖๔.
[10]ราชบัณฑิตยสถาน,  พจนานุกรม ฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. ๒๕๒๕, (กรุงเทพมหานคร  อักษรเจริญทัศน์,  ๒๕๓๙). หน้า ๕.
[11]พุทธทาสภิกขุ,  กตัญญูกตเวทีเป็นร่วมโพธิ์ร่มไทรของโลก,  (กรุงเทพมหานคร ธรรมสภา,  ๒๕๓๖).  หน้า  ๒.